Home / ฟิตเนส / Cardio / ออกกำลังกายลดน้ำหนักให้ได้ผล “คาร์ดิโอ กับ เวทเทรนนิ่ง” แบบไหนได้ผลกว่ากัน

ออกกำลังกายลดน้ำหนักให้ได้ผล “คาร์ดิโอ กับ เวทเทรนนิ่ง” แบบไหนได้ผลกว่ากัน

การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินตามส่วนต่างๆ ของร่างกายนั้น มีด้วยกันหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีจุดมุ่งหมายในการกระชับสัดส่วนหรือลดไขมันที่แตกต่างกันไป จึงทำให้เกิดคำถามที่ว่า ถ้าเราจะต้องการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกิน กระชับสัดส่วนให้สวยเพรียวได้รูป เราควรเลือกการออกกำลังกายแบบไหนจะดีกว่ากัน ระหว่าง คาร์ดิโอ กับ เวทเทรนนิ่ง หรือควรทำทั้งคู่

การเวทเทรนนิ่งที่ใช้กล้ามเนื้อในการออกกำลังกายเป็นส่วนใหญ่ กับการคาร์ดิโอที่เน้นใช้แรงของร่างกายเป็นหลัก การออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้ แบบไหนเห็นผลดีกว่า ลดน้ำหนักได้เร็วกว่ากัน

Fit Me จะพาไปหาคำตอบให้หายข้องใจ ตามไปดูกันเลยค่ะ

คาร์ดิโอ กับ เวทเทรนนิ่ง ต่างกันอย่างไร

คาร์ดิโอ คือ

คาร์ดิโอ (Cardio) เป็นหนึ่งในประเภทการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในระดับที่สูงกว่า 60% ของจุดที่คุณรู้สึกเหนื่อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการลดระดับลง ซึ่งจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30 – 60 นาที

โดยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอนั้นจะช่วยเผาผลาญพลังงานและไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ดีกว่าการออกกำลังกายแบบอื่น แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยในการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นที่ใช้, น้ำหนักตัว, อัตราการเต้นของหัวใจในช่วงนั้นๆ รวมไปถึงระยะเวลาในการออกกำลังกายที่ใช้ด้วยค่ะ

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ นอกจากการวิ่ง ซึ่งเป็นวิธีคาร์ดิโอที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้ว ยังรวมไปถึงการว่ายน้ำ, ขี่จักรยาน และเดินเร็วอีกด้วย โดยนอกจากจะเป็นวิธีที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงมากขึ้น ช่วยควบคุมอาการของโรคเรื้อรัง และทำให้หัวใจและปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

จำนวนพลังงานที่เผาผลาญได้ระหว่างที่เราคาร์ดิโอนั้น จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของการออกกำลังกายที่เราเลือก และความเข้มข้นในการออกกกำลังกาย เช่น การวิ่ง หากเราวิ่งเร็วจะสามารถเผาผลาญพลังงานได้มากกว่าการวิ่งช้านั่นเอง แต่พลังงานที่เผาผลาญไปก็จะมาจากทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน

การเลือกลักษณะการคาร์ดิโอที่แตกต่างกัน ร่างกายก็จะเลือกใช้แหล่งพลังงานที่แตกต่างกันด้วย เช่น การวิ่งเร็วก็จะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก หรือการวิ่งช้าจะใช้พลังงานจากไขมันเป็นหลักค่ะ

โดยปกติแล้ว การคาร์ดิโอจะเผาผลาญแคลลอรี่มากกว่าการเวทเทรนนิ่ง ถ้าใช้เวลาในการออกกำลังกายเท่ากัน

เวทเทรนนิ่ง คือ

เวทเทรนนิ่ง (Weight training) หรือการยกเวท เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมันที่ทำให้กล้ามเนื้อได้ออกแรงต้าน จากการยกน้ำหนัก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานของกล้ามเนื้อ

หลายคนที่ต้องการ ลดพุง ลดไขมัน มักจะไม่ค่อยใช้วิธีเวทเทรนนิ่งในการออกกำลังกาย เพราะมักเข้าใจผิดคิดว่าคนที่ยกเวทจะต้องมีกล้ามแขนใหญ่ ทำให้รูปร่างออกมาไม่สวย

หากยกเวทอย่างถูกวิธี ด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม (น้ำหนักที่เหมาะสม คือ น้ำหนักที่ทำให้เรายกครั้งที่ 12 หรือ 15 แล้วหมดแรงพอดี โดยยังโฟกัสกล้ามเนื้อได้อย่างถูกต้อง) ก็ถือเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่จะช่วยเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี และมีรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วน

การเวทเทรนนิ่ง ช่วยทำให้ร่างกายของเรามีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น และเมื่อมีกล้ามเนื้อมากขึ้น จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้สามารถทำงานต่อเนื่องยาวนาน แม้จะเลิกออกกำลังกายไปแล้วก็ตาม ซึ่งต่างจากการคาร์ดิโอที่หากเลิกเล่นไปแล้ว การเผาผลาญก็จะหยุดทำงานนั่นเอง

จำนวนกิโลแคอลรี่ที่เผาผลาญได้จากการเวทเทรนนิ่งนั้น จะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของเวทที่ยก รวมไปถึงความเข้มข้นของการออกกำลังกาย หากต้องการให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ก็ควรเลือกท่าการยกน้ำหนักและน้ำหนักที่เหมาะสมไม่เบาเกินไป จะช่วยให้คุณเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

อุปกรณ์ในการเล่นเวท ส่วนมากเราจะใช้ดัมเบล บาร์เบล เป็นอุปกรณ์หลักในการออกกำลังกาย แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น คนที่ไม่สะดวกในการหาอุปกรณ์ หรือไม่สะดวกไปฟิตเนส เราสามารถใช้น้ำหนักตัว (บอดี้เวท) ของเราในการออกกำลังกายประเภทนี้ได้เช่นกันค่ะ

บอดี้เวท จริงๆ ก็คือ เวทเทรนนิ่งโดยใช้น้ำหนักตัวเราแทนการใช้อุปกรณ์ยกน้ำหนัก

เวททเทรนนิ่ง ไม่มีอุปกรณ์ ก็ใช้ บอดี้เวท แทนได้เลย

เวทเทรนนิ่งจะมีประสิทธิภาพมากกว่าคาร์ดิโอในแง่ของการเพิ่มการเผาผลาญพลังงานหลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว

ระหว่างเวทเทรนนิ่งกับคาร์ดิโอ แบบไหนดีกว่ากัน?

จะเห็นได้ว่า การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งล้วนช่วยลดน้ำหนักได้ดีทั้งสิ้น แต่การเวทเทรนนิ่งเพียงอย่างเดียว อาจช่วยลดน้ำหนักได้แต่เห็นผลช้า ส่วนการคาร์ดิโอก็ทำให้น้ำหนักลดลงได้จริง แต่ขาดความกระชับของสัดส่วน เมื่อเราน้ำหนักลด แต่ผิวของเราจะย้วยได้ง่าย เพราะไม่มีกล้ามเนื้อ ทำให้หุ่นไม่เฟิร์ม เนื่องจากการคาร์ดิโอนอกจากจะลดไขมันเราแล้วยังลดกล้ามเนื้อเราไปด้วยนะคะ

เพราะฉะนั้นเพื่อประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดน้ำหนักที่ดีที่สุด แนะนำให้เวทเทรนนิ่งควบคู่ไปกับการคาร์ดิโอ เพื่อเร่งการเผาผลาญไขมันและกระชับสัดส่วนไปในตัวค่ะ ซึ่งจะทำให้คุณมีรูปร่างที่ฟิตเฟิร์มมากขึ้น หุ่นสวย และมีสุขภาพดีดั่งใจอย่างแน่นอน

เทคนิคการเล่นเวทเทรนนิ่งสลับคาร์ดิโอเพื่อให้ลดน้ำหนักอย่างได้ผล

การจะเล่นเวทเทรนนิ่งสลับกับคาร์ดิโอให้ได้ผลและช่วยลดน้ำหนักได้ดีที่สุด ไม่ใช่เรื่องยาก แนะนำให้เล่นเวทวันละ 6-7 ท่า ท่าละ 3 เซต เซตละ 12-15 ครั้ง จากนั้นให้ต่อด้วยคาร์ดิโออีกประมาณ 30 นาที ทำแบบนี้ 3-5 วันต่อสัปดาห์

หรือจะแบ่งวันเลยก็ได้ เช่น วันนี้คาร์ดิโอด้วยการวิ่ง พรุ่งนี้ เวทเทรนนิ่ง โดยจะไปเล่นที่ฟิตเนส หรือที่บ้านก็ได้ รับรองว่าน้ำหนักลดลง หุ่นสวยเป๊ะกว่าเดิมอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ การคาร์ดิโอควบคู่กับการเวทเทรนนิ่งยังช่วยให้ร่างกายของเราออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างเช่น นักวิ่งที่เวทเทรนนิ่งกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและขา ควบคู่ไปกับการซ้อมวิ่ง จะทำให้เราวิ่งได้ดีขึ้นและไม่บาดเจ็บง่ายด้วยค่ะ

ท่าบริหารกล้ามเนื้อสำหรับนักวิ่ง >>>

สรุป

ไม่ว่าจะเล่นเวทเทรนนิ่งหรือคาร์ดิโอ ก็ช่วยลดน้ำหนักและทำให้สุขภาพแข็งแรงได้ดีทั้งสิ้น แต่จะให้ผลดีมากขึ้นในระยะยาว ควรทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารที่ถูกต้องด้วยนะคะ  การันตีเลยว่าได้หุ่นสวย ตามที่ต้องการแน่นอนค่ะ

 

ขอบคุณที่มาจาก : fitmesport.com

Facebook Comments

Check Also

20 กิจกรรม ออกกำลังกาย เบิร์นไขมันหนักแบบนี้ ลดไปกี่แคลอรี่?

ต้องบอกเลยว่าเด …