Breaking News
Home / เกร็ดความรู้ คู่ความงาม / 5 เคล็ดลับความงามฉบับสาวจีนโบราณ

5 เคล็ดลับความงามฉบับสาวจีนโบราณ

 

สตรีจีนเป็นที่เลื่องลือเรื่องสีผิวที่สม่ำเสมอและดูอ่อนเยาว์มานานหลายพันปี ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ความงามเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับสตรีจีน เนื่องจากผิวที่นุ่มชุ่มชื้นและกระจ่างใสเปรียบดั่งสัญลักษณ์ของสุขภาพที่ดี ความสมดุล และการเจริญพันธุ์

ศาสตร์แพทย์แผนจีนบันทึกไว้ว่า ผิวของคนเราเปรียบเสมือนกระจกสะท้อนพลังงานจากภายในร่างกาย เราจะมีผิวกระจ่างใสไร้ริ้วรอย ชุ่มชื้น และเต่งตึงได้ก็ต่อเมื่อ “ชี่“ (พลังงาน) ไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณอย่างไหลลื่นและสมดุล เมื่อเลือดมีคุณภาพดีและปริมาณเพียงพอ เมื่อ “หยิน” (ธาตุเย็น) ในร่างกายถูกเติมเต็ม และเมื่อ “เสิน“ (จิตวิญญาณ) สงบและเยือกเย็น แต่เมื่อใดที่พลังงานและธาตุเย็นอ่อนแอ ผิวจะซีดและขาดความยืดหยุ่น เมื่อนั้น ริ้วรอยแรกย่อมมาปรากฏ

วิธีดูแลความงามตามตำราแพทย์แผนจีนว่ากันว่าเกิดขึ้นในสมัย ‘หวงตี้’ (2696 – 2598 ปีก่อนคริสตกาล) โดยจักรพรรดินีและสตรีในราชสำนักสมัยจีนโบราณมักจะดื่มชาและใช้ครีมที่ทำจากส่วนผสมชั้นเยี่ยมตามสูตรลับ เพื่อรักษารูปลักษณ์ให้ดูอ่อนเยาว์

 

1.ไข่มุก

ตัวชูโรงในกิจวัตรเสริมความงามประจำวันของจักรพรรดินีอู่เจ๋อเทียน หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อบูเช็กเทียนแห่งราชวงศ์ถัง สตรีพระองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีนที่ได้รับการสถาปนาเป็นฮ่องเต้ พระนางอู่เจ๋อเทียนนั้นขึ้นชื่อในเรื่องรูปโฉมอันงดงาม โดยเฉพาะผิวพรรณที่ไร้ที่ติ

ว่ากันว่าทุกคืนก่อนเข้าสู่นิทรา พระนางทรงทาผงไข่มุกผสมไข่ขาว บนใบหน้า ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเสียงเล่าลือว่าพระนาง ‘เสวย’ มันเข้าไปด้วย ด้วยความเชื่อที่ว่ากรดอะมิโน วิตามิน แร่ธาตุ และแคลเซียมปริมาณสูงที่อยู่ในไข่มุกจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายและสภาวะทางอารมณ์ สิ่งที่น่าสนใจคือ พระนางคลีโอพัตรา ราชินีแห่งอียิปต์โบราณ ก็เป็นอีกคนที่ถูกเล่าลือว่าใช้ผงไข่มุกบำรุงความงามเช่นเดียวกัน

2.ลูกกลิ้งนวดหน้า

อีกหนึ่งวิธีดูแลความงามจากสมัยจีนโบราณ นั่นคือการนวดหน้าด้วยลูกกลิ้งหยก โดยซูสีไทเฮาทรงเลือกใช้วิธีนี้บำรุงทั้งใบหน้าและเรือนร่าง ด้วยความเชื่อที่ว่าลูกกลิ้งหยกช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต อีกทั้งในบางพื้นที่ยังเชื่อกันว่าหยกมีคุณสมบัติในการรักษาและป้องกัน และหยกคุณภาพสูงนั้นมีพลังธรรมชาติที่ส่งผลดีต่อสุขภาพเมื่อมีการใช้นวดถูเบาๆ กับผิวหนัง เช่น การใช้หยกนวดจากกึ่งกลางใบหน้าออกไป ในทิศทางเดียวกันตามแนวเส้นกล้ามเนื้อ

 

3.นวดตามเส้นลมปราณ

เหล่าสุภาพสตรีในราชสำนักจำนวนมากเชื่อมั่นว่าการนวดตามเส้นลมปราณ (meridian massage) การกดจุด และการออกกำลังกายแบบ “เพิ่มพลัง” เป็นพิเศษนั้นล้วนเป็นวิธีที่ช่วยบำรุงความงามจากภายใน โดยมีจุดมุ่งหมายคือการรักษาและการเสริมสร้าง “ชี่” และ “หยิน” ของผิวหนัง ซึ่งทำให้พวกเธอรู้สึกว่าเลือดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น กล้ามเนื้อนั้นเต่งตึงและเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ แถมริ้วรอยต่างๆ ยังดูจางลง

 

4.เห็ดหูหนูขาวหรือเห็ดหิมะ

หญิงจีนในสมัยโบราณยังบำรุงความงามด้วยการกินเห็ดหูหนูขาว (Tremella) หรือเห็ดหิมะ (Snow Fungus) สมุนไพรจีนที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินดี ทั้งยังถือเป็นตัวช่วยเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (moisturizer) อันยอดเยี่ยมเห็ดหูหนูขาวหรือเห็ดหิมะ
หญิงจีนในสมัยโบราณยังบำรุงความงามด้วยการกินเห็ดหูหนูขาว (Tremella) หรือเห็ดหิมะ (Snow Fungus) สมุนไพรจีนที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินดี ทั้งยังถือเป็นตัวช่วยเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ (moisturizer) อันยอดเยี่ยม

 

5.ชาจีน

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เป็นที่ทราบกันดีว่า ‘ชาจีน’ หลายชนิดถูกยกย่องว่ามีสรรพคุณในด้านการบำรุงสุขภาพทั่วไป ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าสตรีชาวจีนต่างชื่นชอบชาสมุนไพร เพราะไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ชาขาว ชาโกจิเบอร์รี่ หรือชาอู่หลง ก็ล้วนมีประโยชน์แตกต่างกันไป

โดยเฉพาะชาเขียว ซึ่งมีคุณสมบัติลดการอักเสบและมีสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มชะลอวัยที่ดีที่สุด ด้วยสรรพคุณช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกาย

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับเคล็ดลับความงามตามฉบับสาวจีนโบราณที่แอดนำมาฝากวันนี้ มีใครเคยลองใช้วิธีไหน ได้ผล-ไม่ได้ผลยังไง หรือใครมีวิธีอื่นแนะนำก็แชร์ได้นะคะ เผื่อจะเป็นสาวสองพันปีไปด้วยกันค่ะ

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : jeenthainews.com

Facebook Comments

Check Also

4 วิธีรักษาขนคุด เผยผิวสวย เนียนใส มั่นใจไม่มีรอยสะดุด

  ขนคุด (K …