หนึ่งในแก็ดเจ็ตติดตัวในชีวิตประจำวันที่มีพัฒนาการหลากหลายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ต้องยกให้กับ “หูฟัง” ที่เปลี่ยนรูปตามนวัตกรรมแห่งยุคสมัยพร้อมพัฒนาตามความต้องการสะดวกสบายของผู้คนจนกลายเป็นไอเท็ฒชิ้นหนึ่งมี่พกพาได้ง่ายที่สุดในชีวิต จากหูฟังที่มีสายระยาง เรื่อยมาจนถึงหูฟังไร้สายที่ใช้ระบบบลูทูธนั้น ที่ช่วงสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกว่ายุคไหนๆ ที่ผ่านมา
ทว่า…หูฟังไร้สายที่เราต่างคุ้นชินกันในสมัยนี้ ก็อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดเสมอไปต่อสุขภาพของพวกเรา

ในช่วงปีที่ผ่านมา หากคุณคือสายแฟ(ชั่น) ตัวจริงก็คงจะสังเกตเห็นได้ไม่ยากว่า เทรนด์ของหูฟังแบบมีสายระยางนั้นกลับมาฮิตอีกครั้งในหมู่ของเหล่าเซเลบริตี้ฝั่งตะวันตก จากภาพถ่ายสตรีตสไตล์ของเหล่าคนดังที่หลุดออกมา หนึ่งในนั้นคือ Bella Hadid ที่กลายเป็นภาพจำไอคอนิก กระทั่งที่ใครหลายคนก็ยังหันกลับไปหยิบเอาหูฟังมีสายที้ถูกทิ้งร้างเอากลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของแฟชั่นและสไตล์แล้ว ในแง่มุมของสุขภาพก็ยังมีบทความอ้างอิงที่ออกมาสนับสนุนว่า การเปลี่ยนจากหูฟังไร้สาย มาใช้หูฟังมีสายนั้น ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลกระทบที่จะส่งผลต่อสุขภาพได้ไม่น้อย

ประการแรกเลยก็คือ หูฟังมีสายจะไม่มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไหลเวียนอยู่บริเวณใกล้ศีรษะของเรา ทำให้ลดความเสี่ยงของการรบกวนของความถี่คลื่นดังกล่าวที่อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบสมองได้ กระนั้น ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเพียงการสันนิษฐานขั้นพื้นฐานที่ยังอยู่ในระดับปลอดภัยทั้งหูฟังไร้สายและหูฟังมีสาย โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และสถาบันวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ยังคงศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับรังสี RF ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้ อีกทั้งยังมีการทำการประเมินครั้งใหญ่ในปี 2024 ออกมาว่า “ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนเชื่อมโยงการใช้มือถือซึ่งใช้คลื่นใกล้เคียงกับสัญญาณบลูทูธกับมะเร็งสมองแต่อย่างใด”

แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ หูฟังแบบมีสายมีแนวโน้มที่จะทำให้เราได้หยุดพักหารใช้หูฟังได้ชั่วขณะ จากความยุ่งเหยิงของสายที่พันกันอยู่เสมอๆ กล่าวคือทำหน้าที่ช่วยพักเบรกจากการใช้หูฟังติดต่อกันเป็นเวลานาน ที่อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้แน่นอน…
ที่มา:vogue.co.th
สุขภาพ ความสวย ความงาม ลดน้ำหนัก ฟิตเนส ออกกำลังกาย เว็บไซต์เพื่อคนรักสุขภาพ ความสวยความงาม ออกกำลังกาย เล่นฟิตเนส วิธีเล่นฟิตเนส ลดน้ำหนัก อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม แฟชั่น
Facebook Comments