วันพฤหัสบดี , กรกฎาคม 18 2024
Home / เกร็ดความรู้ คู่ความงาม / สิวที่หน้าผาก บอกปัญหาร่างกายได้จริงหรอ…?

สิวที่หน้าผาก บอกปัญหาร่างกายได้จริงหรอ…?

สิวที่หน้าผาก บอกได้จริงๆว่าร่างกายคุณกำลังเป็นอะไรอยู่…?!

ถ้าให้พูดถึงปัญหาที่เกี่ยวกับผิวหน้า เชื่อว่าสิวน่าจะเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่หลายคนหนักอกหนักใจกันใช่มั้ยล่ะคะ ซึ่งสาเหตุของการเกิดสิวนั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังหรือผิวหน้าไปสัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือมลภาวะในอากาศโดยตรง การพักผ่อนไม่เพียงพอ การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอีกด้วย

สาวๆ รู้หรือไม่คะว่าการเป็นสิวนั้นบอกอะไรได้มากกว่าที่เราคิด เพราะสิวไม่ได้เกิดขึ้นจากฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถบอกได้ถึงภาวะความไม่สมดุลของร่างกายภายในได้อีกด้วย โดยสิวแต่ละตำแหน่งบนใบหน้าสามารถบอกได้ว่าอวัยวะภายในของคุณเป็นอย่างไรและกำลังทำงานผิดปกติหรือไม่ เรียกว่าสิวเป็นสัญญาณเตือนภัยจากร่างกายอีกทางหนึ่งก็ว่าได้ค่ะ เผื่อถ้าคราวหน้าอยู่ดีๆ สิวที่หน้าผากผุดขึ้นมา คราวนี้คุณก็จะได้รู้ว่าตอนนี้ร่างกายกำลังฟ้องอะไรอยู่ยังไงล่ะค่ะ สำหรับสาวๆ ที่อยากมีใบหน้าขาวใสไร้สิว มาดูกันดีกว่าว่าตำแหน่งของสิวบนใบหน้าจะบอกอะไรเราได้บ้างค่ะ

1.      หน้าผาก (ทั้งด้านซ้ายและขวา)

หากคุณมีสิวที่หน้าผาก อาจจะเป็นได้ 2 สาเหตุ คือการแต่งหน้าและสุขภาพ โดยหากในแต่ละวันคุณต้องแต่งหน้าแต่ล้างบรรดาสารพัดเครื่องสำอาง

ออกไม่หมดหรือล้างไม่สะอาด เจ้าสิวก็จะเกิดเห่อขึ้นมาบริเวณนี้นั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ สิวที่หน้าผากยังเป็นสัญญาณเตือนไปถึงเรื่องระบบการย่อยอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไตอีกด้วย วิธีแก้ปัญหาแบบธรรมชาติและไม่ต้องพึ่งพาการใช้ยาเลยก็คือ ควรดื่มน้ำมากๆ เพราะน้ำจะช่วยให้กระเพาะปัสสาวะของขับของเสียออกมาทางปัสสาวะ และสุดท้ายการทำงานของระบบร่างกายจะดีขึ้นตามลำดับค่ะ

2.      ระหว่างหัวคิ้ว

หากคุณมีสิวขึ้นที่ระหว่างหัวคิ้ว นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าตับของคุณกำลังทำงานไม่ปกติ หรืออาจจะมีสาเหตุมาจากการย่อยแลคโทส คือการดื่มนมแล้วร่างกายไม่ย่อย นอกจากนี้การทานอาหารรสจัด หรือการทานอาหารยามดึกก็อาจทำให้เกิดสิวบริเวณนี้ได้ค่ะ

3.      แก้ม

สำหรับสิวที่ขึ้นบริเวณแก้มจะแบ่งวิธีการสังเกตออกเป็น 2 ส่วน คือ แก้มส่วนบน และแก้มส่วนล่าง หากคุณมีสิวขึ้นบริเวณแก้มส่วนบน แสดงว่าระบบไซนัสและปอดของคุณกำลังมีปัญหา ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในคนที่สูบบุหรี่ แพ้ควันบุหรี่ เป็นภูมิแพ้ หรือเป็นหวัดเรื้อรัง ส่วนสิวที่ขึ้นแถวๆ แก้มส่วนล่างจะเป็นจุดที่บ่งชี้ถึงสุขภาพช่องปาก คุณอาจจะมีฟันผุ หรือมีปัญหาเหงือก นอกจากนี้การใช้โทรศัพท์มือถือ การใช้เครื่องสำอางพวกที่ไม่ถูกกับผิวหน้า หรือการทำความสะอาดหน้าไม่สะอาดหมดจดก็อาจทำให้เกิดสิวบริเวณนี้ขึ้นได้เช่นเดียวกันค่ะ

4.      รอบดวงตา

สิวที่เกิดบริเวณรอบดวงตาจะบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับไต และปัญหาภูมิแพ้ คุณควรให้ดื่มน้ำมากขึ้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจทำให้เกิดอาการแพ้ หรือหากมีอาการภูมิแพ้ที่หนักขึ้นการรับประทานยาแก้แพ้ ก็มีส่วนช่วยให้สิวบริเวณนี้ยุบลงไปได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ควรรับประทานผักผลไม้ ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินเอ และเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะมีมากในผักจำพวกสีแดง สีเขียวจัด และสีเหลือง และหากคุณไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นภูมิแพ้ แต่เป็นสาวหรือหนุ่มใส่แว่น ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตา หรือแว่นกันแดด การกดทับนานๆ หรือแว่นที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาด ปล่อยให้เป็นมันเยิ้ม ก็จะทำให้เกิดเป็นปัญหาสิวตามมาได้ค่ะ

5.      ใต้ริมฝีปากมุมด้านซ้าย และขวา

สิวที่บริเวณมุมปากล่างด้านซ้ายและขวา เป็นจุดที่สัมพันธ์กับระบบการทำงานของรังไข่ โดยเฉพาะเวลาที่คุณผู้หญิงกำลังมีรอบเดือน มักจะมีสิวขึ้นบริเวณนี้ นอกจากนั้นอาจจะเกิดจากปัญหาฮอร์โมน ซึ่งคุณสามารถควบคุมสมดุลของฮอร์โมนในร่างกายได้โดยการงดดื่มนมหรืออาหารที่มีผลต่อการแปรปรวนของฮอร์โมน นอกจากนี้ สิวบริเวณใต้ริมฝีปากยังอาจจะเป็นผลมาจากการทำความสะอาดผิวหน้าไม่สะอาดอีกด้วย

6.      คาง

หากคุณมีสิวบริเวณคาง แสดงว่ากระเพาะอาหารและลำไส้เล็กอาจจะกำลังทำงานผิดปกติ สาเหตุอาจจะเป็นเพราะการรับประทานอาหารที่มีรสจัดมากเกินไป หรือการทานอาหารไม่ตรงเวลา ซึ่งทำให้เกิดแผลในกระเพาะ หรือการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกกับท้องกับไส้ ก็จะทำให้ลำไส้เล็กของ

คุณดูดซึมอาหารไม่เป็นปกติ วิธีรักษากระเพาะอาหารให้แข็งแรงง่ายๆ ก็เพียงแค่เน้นการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ซึ่งจะอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร จำพวกข้าวชนิดต่างๆ ข้าวโพดฝักอ่อน ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง และอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว อย่างน้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้นค่ะ

ถ้าหากคุณพบว่ามีสิวเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าว ก็ควรหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น โดยลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการใช้ชีวิตประจำวัน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีผิวหน้าใสปิ๊งและมีสุขภาพกายที่ดีขึ้นแน่นอนค่ะ แต่ถ้าหากว่าสิวเจ้ากรรมดันขึ้นมาแล้ว ยังไงก็ต้องหาวิธีลดสิว และรักษาสิวกันก่อน มาดูวิธีรักษาและแก้ไขปัญหาสิวแบบไม่เหลือร่องรอยกันดีกว่าค่ะ

1.      ล้างหน้าให้สะอาด

ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและสาว ๆ ห้ามละเลยเป็นอันขาด ที่สำคัญคือห้ามล้างหน้าแบบผ่าน ๆ เพราะวันทั้งวันผิวหน้าเราสัมผัสกับฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกมากมาย จึงจำเป็นต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจด ไม่อย่างนั้นแล้วอาจเกิดสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขนทำให้เกิดสิวอุดตัน และสิวอักเสบได้ค่ะ

2.      ใช้โฟมล้างหน้าลดสิว

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้านั้นจะช่วยให้ผิวปรับสภาพได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาวที่เป็นสิว ควรต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะหากเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหน้าที่มีปัญหาสิวแล้วละก็ อาจทำให้เกิดปัญหาสิวเรื้อรังได้ ดังนั้นจึงควรเลือกใช้โฟมล้างหน้าลดสิว ที่มีความอ่อนโยนและไม่มีสารก่อให้เกิดสิว นอกจากนี้ช่วยลดการเกิดสิวใหม่และควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

3.      ห้ามแกะสิว

สาว ๆ รู้ไหมคะว่ายิ่งแกะสิวมากเท่าไร นอกจากสิวจะหายช้าแล้ว ยังทำให้เกิดแผลเป็นตามมาอีกต่างหาก ถ้าอยากรักษาสิวให้หายไวละก็ ห้ามแกะสิวเด็ดขาด แต่ควรเปลี่ยนมาเป็นการทายาสิว หรือใช้ครีมแต้มสิว เพื่อให้สิวค่อย ๆ ยุบเองจะดีกว่า เพราะการแกะสิวนั้นเสี่ยงต่อความสกปรก และอาจเกิดการติดเชื้อจนทำให้สิวลามทั่วหน้าได้นั่นเองค่ะ

4.      ใช้ครีมแต้มสิว

เมื่อล้างหน้าจนสะอาดหมดจดแล้ว เพื่อรักษาสิวให้หายดียิ่งขึ้น ควรใช้ครีมแต้มสิวที่ช่วยให้สิวยุบหายไปได้อย่างทันใจ โดยเฉพาะครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide และ Salicylic ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสิวและช่วยลดความมันส่วนเกิน แต่ในการทาครีมแต้มสิวแต่ละครั้ง คุณควรอ่านคำแนะนำให้ดี ๆ และไม่ควรใช้ครีมมากเกินไปนะคะ เพราะครีมแต้มสิวมีความเข้มข้นหลายระดับจึงอาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ค่ะ

 

ขอบคุณที่มาจาก : shopback.co.th

Facebook Comments

Check Also

วิธีเลือกรองพื้นให้เหมาะกับสภาพผิว

คงไม่มีใครหรอกค …