วันพุธ , เมษายน 17 2024
Breaking News
Home / สุขภาพ / How to : สุขภาพดีสร้างได้ สไตล์ญี่ปุ่น (ทำตามได้จริง)

How to : สุขภาพดีสร้างได้ สไตล์ญี่ปุ่น (ทำตามได้จริง)

สุขภาพดีสร้างได้ สไตล์ญี่ปุ่น ที่คุณสามารถทำตามได้ !

ในปัจจุบัน หลายๆคนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งการเริ่มออกกำลังกายรวมไปถึงการเริ่มทานอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ซึ่งหนึ่งในประเทศที่น่าเรียนรู้เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ก็อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากไทยเรามากนัก นั่นคือประเทศญี่ปุ่นนั่นเองค่ะ

ทราบกันหรือไม่คะว่า ญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีพลเมืองที่มีอายุยืนนานมากที่สุดในโลกแถมยังครองแชมป์มากว่า 20 ปี สำหรับพลเมืองที่มีอายุเกิน 100 ปี มากกว่า 20,000 คนเลยทีเดียว ผลการวิจัยพบว่าสุขภาพของคนญี่ปุ่นมีคอเลสเตอรอลต่ำ ไม่ค่อยเป็นโรคอ้วนและโรคหัวใจ นอกจากนี้ตามข้อมูลขององค์การอนามัยโลกยังระบุอีกว่า การที่คนญี่ปุ่นมีอายุยืนที่สุดในโลกนั้นเกิดจากวิถีการใช้ชีวิตประจำวัน และพฤติกรรมการกินที่เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นอายุยืนยาวค่ะ พูดแค่นี้ก็ทำให้สาวๆ เริ่มอยากรู้เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของคนญี่ปุ่นกันแล้วใช่มั้ยล่ะ ตาม ShopBack มาดูวิธีดูแลสุขภาพสไตล์ญี่ปุ่นกันดีกว่า บอกเลยว่าสุขภาพดีสร้างได้ไม่ยากอย่างที่คิด!

  1. ดื่มชาเขียว

ชาเขียวญี่ปุ่นที่เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประโยชน์ที่มีอยู่มากมายนั่นเอง การดื่มชาเขียวนั้นสามารถช่วยลดไขมันในเลือดชนิดไตรกลีเซอไรด์ลงได้ ที่สำคัญในชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ที่มีผลต่อการยับยั้งและลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้หลายชนิด จากผลการศึกษาพบว่าคนที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำนั้นมีอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่ำ เนื่องจากชาเขียวมีสารแอล-คาร์นิทีน (L-Carnitine) ชนิดหนึ่ง ชื่อว่าคาเทชิน (Catechin) ที่ออกฤทธิ์ช่วยต้านฟรีแรดิคัล และสารชนิดนี้ยังช่วยยับยั้งการดูดซึม และย่อยอาหารประเภทแป้ง ลดไขมันในเลือดได้อีกด้วยค่ะ

  1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

หากสังเกตดีๆ อาหารญี่ปุ่นนั้นมีพื้นฐานหลักอยู่ที่ข้าว ปลา ถั่วเหลือง ผัก และผลไม้ค่ะ สำหรับปลาก็จะเป็นปลาทะเล อย่างปลาแซลมอนหรือปลาทูน่า ที่อุดมไปด้วย ไขมัน โปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ในปริมาณสูง อีกทั้งยังมีโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ร่างกายมีความต้านทานโรคสูง ส่วนอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองที่มักจะถูกนำมาเสิร์ฟคู่กับอาหารจานหลักที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็คือ มิโซะ ซึ่งได้มาจากการแปรรูปอย่างหนึ่งของถั่วเหลืองโดยวิธีการหมักค่ะ มิโซะนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการและโปรตีนสูง มีรสชาติคล้ายสารสกัดจากเนื้อสัตว์ และยังอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการ นับเป็นการเพิ่มโปรตีนในอาหาร และยังช่วยให้อาหารอร่อยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

  1. ควบคุมการทานอาหารไม่ให้อิ่มมากจนเกินไป

การกินนับว่าเป็นความสุขในชีวิตของหลายๆคน แต่รู้หรือไม่ว่าหากกินอาหารในปริมาณที่มากจนเกินไปนั้นจะส่งผลเสียต่อร่างกายหลายอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าปวดท้อง ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก ระบบไหลเวียนเลือดทำงานผิดปกติ เหนื่อย อ่อนเพลียง่ายและที่สำคัญคือทำให้อ้วนอีกด้วย ดังนั้นสำหรับใครที่มีปัญหาน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเริ่มรู้สึกว่าใส่เสื้อผ้าแล้วอึดอัด ต้องลองเทคนิคนี้ของคนญี่ปุ่น โดยให้กินอาหารคำเล็กๆ และเคี้ยวช้าๆ จนละเอียดแล้วค่อยกลืน โดยให้กินแบบพออิ่มเท่านั้น และต้องหยุดกินก่อนที่จะอิ่มแบบเต็มที่หรืออิ่มจนแน่นท้องค่ะ หลังจากนั้นให้รอประมาณ 20 นาทีเพื่อให้มั่นใจว่ารู้สึกอิ่มจริงๆ วิธีการนี้จะทำให้คุณไม่อิ่มแน่นมากจนเกินไปในแต่ละมื้อ เป็นการกินในปริมาณที่สมดุลและพอเหมาะกับความต้องการของร่างกายค่ะ

  1. ออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน

คนญี่ปุ่นนั้นไม่ค่อยนิยมการเข้ายิมหรือฟิตเนสกันค่ะ การออกกำลังกายของพวกเค้าจะผสมผสานอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าการตั้งใจไปออกกำลังกายในยิม ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปทำงาน การปั่นจักรยานไปโรงเรียนหรือการใช้บันไดแทนลิฟต์ สาวๆอย่าคิดว่าการเดินไม่มีประโยชน์นะคะ เพราะการเดินที่พอเหมาะในแต่ละวันช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกาย ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้การเดินยังช่วยขับสารพิษทางรูขุมขน เพิ่มออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือด และช่วยให้มีสุขภาพแข็งแรง ห่างไกลจากโรคต่างๆได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดค่ะ รู้แบบนี้แล้วก็อย่ารอช้า เริ่มหันมาเดินกันให้มากขึ้นดีกว่าค่ะ ถ้าจะขึ้นลงแค่ชั้นหรือสองชั้นก็ลองใช้บันไดแทนลิฟต์ นอกจากจะช่วยชาติประหยัดไฟแล้วยังผอมลงแบบไม่ทันรู้ตัวอีกต่างหาก เรียกว่าสุขภาพดีสร้างได้ไม่ยาก ขอแค่ตั้งใจและเริ่มลงมือทำแค่นั้นเองค่ะ

  1. แช่ออนเซน

วัฒนธรรมการอาบน้ำแร่ออนเซนที่ญี่ปุ่นนั้นมีมาอย่างยาวนาน โดยน้ำแร่ในออนเซนหรือบ่อน้ำพุร้อนของญี่ปุ่นเกิดจากจากการที่น้ำซึมผ่านชั้นของดินและหิน ซึ่งมีแร่ธาตุต่างๆ สะสมอยู่ เช่น โซเดียม แคลเซียม ฟลูออไรด์โพแทสเซียม เป็นต้นค่ะ สำหรับประโยชน์ของการแช่ออนเซนนั้นก็มีหลายอย่าง ทั้งทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ระบบการหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น รวมไปถึงช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยต่างๆ เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ หรือคนที่มีอาการออฟฟิศซินโดรมค่ะ ซึ่งตอนนี้เมืองไทยก็มีออนเซนหลายแห่งให้ลองไปใช้บริการทั้งในกรุงเทพฯ หรือแหล่งน้ำพุร้อนตามต่างจังหวัดแบบไม่ต้องไปไกลถึงญี่ปุ่น ลองหาเวลาไปผ่อนคลายร่างกายและผ่อนคลายความเครียดด้วยการแช่ออนเซนกันดูนะคะ

ขอบคุณที่มาจาก : shopback.co.th

Facebook Comments

Check Also

กาแฟไม่ควรกินคู่กับอะไร ไข่ต้ม กล้วย กินพร้อมกับกาแฟได้ไหม

กาแฟ เป็นเครื่อ …