วันอังคาร , มิถุนายน 25 2024
Breaking News
Home / อาหาร / 4 จุดตายขายอาหารคลีนแบบนี้มีแต่เจ๊ง

4 จุดตายขายอาหารคลีนแบบนี้มีแต่เจ๊ง

กระแสของ “อาหารคลีน”  กำลังเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงและเป็นที่นิยมในยุคที่คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ รูปถ่ายของอาหารคลีน หรือสูตรอาหารเริ่มแพร่หลายในโซเชี่ยลมากขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่ว่าจะเป็นในหน้า Face Book, Instagram เราต้องเคยผ่านตาเพื่อน ๆ ที่พูดถึงหรือลงรูปอาหารคลีนอย่างแน่นอน เมื่อมีผู้ให้ความสนใจก็ต้องมีผู้สนอง และก็เช่นเดียวกันที่เราเห็นการลงประกาศรับออเดอร์ทำอาหารคลีนตามมา นี่คือสิ่งชี้วัดกระแสของอาหารคลีนว่ากำลังบูมขนาดไหน และมีผู้มองเห็นช่องทางทำเงินจากธุรกิจอาหารคลีนมากเพียงใด หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นอยากขายอาหารคลีน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เพื่อคุณจะได้ทำเงินจากธุรกิจอาหารคลีน ตามมาดูกันเลยครับ

อาหารคลีน คืออะไร ทำไมถึงถูกพูดถึงกันมากในยุคนี้

อาหารคลีน คืออาหารที่ใช้วัตถุดิบใหม่สดในการปรุงอาหาร ขั้นตอนในการปรุงจะไม่ใช้สารเคมีปรุงแต่งอาหารหรือผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด และไม่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งรสชาติมากเกินไปแต่ยังคงไว้ซึ่งสารอาหารและคุณค่าครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ และมีการคำนวณพลังงานที่ร่างกายจะได้รับในมื้ออาหารนั้นไว้ด้วย เรียกได้ว่าอาหารคลีน คือเมนูอาหารเพื่อสุขภาพและเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง

ใช่ว่าอยู่ในกระแสแล้วจะไม่เจ๊ง อาหารคลีนถ้าทำไม่ดีก็มีโอกาสเจ็บตัว

แม้ว่ากระแสของอาหารคลีนจะดังมาก แต่ก็มีหลายองค์ประกอบที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่ประสบความสำเร็จในการจำหน่าย องค์ประกอบที่เป็นจุดตายของอาหารคลีนมีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. รสชาติไม่อร่อยคือจุดตายอย่างที่ 1

อาหารกับรสชาติที่ถูกปากเป็นของคู่กัน แม้จะเป็นอาหารคลีนก็ไม่ยกเว้นในเรื่องนี้ คงไม่มีใครอยากสุขภาพดีแต่ต้องฝืนใจกินอาหารไม่อร่อยทุกมื้อ หากเช่นนั้นชีวิตคงขาดสีสันอย่างไรชอบกล จำไว้ว่าสุขภาพที่ดีกับความอร่อยมันไปด้วยกันได้ ถ้าคุณผสานมันไว้ในอาหารของคุณลูกค้าจะติดใจคุณครับ

2. ความหลากหลายไม่มี ทำเป็นแต่เมนูเดิม ๆ คือจุดตายอย่างที่ 2

        คุณลองถามใจตัวเองก่อนว่าหากคุณมีเมนูอาหารที่เลือกทานได้ไม่กี่เมนู แล้วคุณต้องเวียนซ้ำเมนูเหล่านั้นเป็นเดือน ๆ คุณจะเบื่อไหม หากคุณยังเบื่อลูกค้าก็คงไม่ต่างกัน ไอเดียสร้างสรรค์คือสิ่งที่คุณต้องมีหากคิดจะขายอาหารและโดยเฉพาะอาหารคลีน ความหลากหลายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะดึงลูกค้าไว้กับคุณ

3. ความสะอาดมันต้องได้ สิ่งแปลกปลอมและสิ่งเจือปนคือจุดตายอย่างที่ 3

จะทำอาหารขายคุณต้องคำนึงถึงความสะอาดอยู่เสมอ แม้ว่าอาหารของคุณจะมีรสชาติกลมกล่อมเพียงใด มีเมนูให้เลือกหลากหลายขนาดไหน แต่ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ด้วย ลูกค้าก็กระเจิงอย่างแน่นอน ความผิดพลาดเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยเป็นความผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัยที่สุดถ้าคุณคิดจะขายอาหาร

4. ความไม่ใส่ใจในการประกอบอาหาร ทุกขั้นตอนทำแบบขอไปที คือจุดตายอย่างที่ 4

        จะทำอะไรต้องใส่ใจสิ่งที่ทำจึงจะออกมาดี การทำอาหารคลีนก็เช่นกัน เมื่อคุณใส่ใจที่จะทำคุณจะพิถีพิถันในทุก ๆ ขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุงไปจนกระทั่งการจัดวางตกแต่ง เชื่อไหมว่าถ้าคุณทำอะไรลวก ๆ ลูกค้าของคุณก็ดูออก เอาง่าย ๆ แค่สีสันผัก เครื่องเคียง การจัดลงกล่องก็วัดได้แล้วว่าคุณใส่ใจเพียงใด

ขายอาหารคลีนอย่างไรจึงจะรุ่งและไม่เจ็บตัว

1. เข้าใจความหมายของอาหารคลีน เรียนรู้กระบวนการทำ วิธีคำนวณปริมาณพลังงาน

ความยากอย่างหนึ่งของการปรุงอาหารคลีนนอกจากอร่อยก็คือ วิธีการคำนวณพลังงานต่อมื้อของอาหารนั้น สิ่งนี้คือกระบวนการที่เพิ่มจากการปรุงอาหารปกติ แต่ก็ใช่ว่าจะเรียนรู้กันไม่ได้ ในยุคนี้ความรู้มากมายหาได้ง่ายและเข้าถึงง่ายด้วยอินเทอร์เน็ต สูตรคำนวณพลังงานก็เช่นกันใช้เวลาศึกษามันสักนิดแล้วคุณจะทำมันออกมาดี

2. กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน

แม้ว่าวัตถุประสงค์ในการทานอาหารคลีนจะเพื่อการดูแลสุขภาพร่างกาย แต่มันยังมีจุดประสงค์ย่อยอีกเช่นเพื่อควบคุมน้ำหนัก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อในการเล่นฟิตเนส แน่นอนว่าพลังงานที่ต้องคำนวณย่อมต่างกัน และอีกประเด็นคือรสนิยมในการทานอาหารก็ไม่เหมือนกัน เช่น สาวออฟฟิศชอบทานอย่างหนึ่ง ในขณะที่วัยรุ่นนักศึกษาชอบทานอีกแบบหนึ่ง กำหนดกลุ่มเป้าหมายของคุณให้ดี แล้วทำการบ้านให้มากที่สุด ลูกค้าจะไปไหนได้ละครับ

3. บริหารจัดการต้นทุนให้ดี อย่าลงแรงไปแล้วไม่ได้อะไรกลับคืน

การบริหารต้นทุนคือจุดอ่อนของคนทำธุรกิจอาหาร ไม่เว้นแม้แต่อาหารคลีน ถ้าคุณคำนวณต้นทุนและบริหารมันไม่ดี  คุณก็เหนื่อยเปล่า จำไว้ว่าเรื่องของต้นทุนเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการก่อนเป็นลำดับแรก ถ้าต้นทุนคุณบานปลายคุณก็เสี่ยงเจ๊งสูง

4. ตั้งราคาสมเหตุสมผล แพงไปไม่ได้ ถูกไปไม่ดี

โดยมากเมนูอาหารเพื่อสุขภาพรวมถึงอาหารคลีน คนทั่วไปจะจัดให้อยู่ในอาหารอีกระดับหนึ่งซึ่งราคาจะสูงกว่าปกติอยู่แล้ว ถ้าคุณตั้งราคาถูกมากเกินไป ลูกค้าก็จะมองว่าของคุณมีคุณภาพที่สู้เจ้าอื่นไม่ได้ ในขณะที่ราคาแพงเกินไปลูกค้าก็แห่ไปซื้อเจ้าอื่น การตั้งราคาจึงต้องพอเหมาะกับกรรมวิธีที่คุณต้องเพิ่มเติมจากอาหารปกติครับ

5. บรรจุภัณฑ์สะดุดตา บอกพลังงานหรือแคลอรี่ชัดเจน

อีกสิ่งที่ดึงดูดให้ลูกค้าสนใจอาหารคลีนของคุณคือรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ ซึ่งควรมีสลากที่บอกปริมาณแคลอรี่ที่ชัดเจนจึงจะเพิ่มความน่าสนใจให้กับอาหารของคุณ อย่าลืมว่าบรรจุภัณฑ์ก็เป็นด่านหน้าที่ช่วยดึงดูดลูกค้า การจัดวางอาหารลงในบรรจุภัณฑ์ก็ต้องมีความสวยงามและสอดคล้องกับฉลาก ทำให้อาหารของคุณยิ่งดูน่าทาน

6. ใช้สื่อออนไลน์ให้เป็น การขายของคุณจะยิ่งง่ายดาย

ในยุคที่โซเชี่ยลมีเดียกำลังครองเมือง หากคุณเรียนรู้การทำการตลาดออนไลน์ด้วย อาหารคลีนของคุณจะยิ่งมีโอกาสขายได้ง่ายขึ้นครับ อย่าดูถูกพลังของโซเชี่ยลเด็ดขาด การตลาดออนไลน์ทำคนรวยไม่รู้เรื่องมานักต่อนัก อีกสิ่งหนึ่งที่คุณจะต้องเรียนรู้ร่วมกับการทำการตลาดออนไลน์คือ “การถ่ายรูป” ยิ่งคุณถ่ายรูปอาหารให้ดูน่าทานมากเพียงใด ก็ยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้หนเท่านั้น จงอย่าลืมว่าช่องทางในโลกออนไลน์ก็คือหน้าร้านของคุณ และรูปภาพอาหารพร้อมคำบรรยายก็เสมือนใบเมนูแนะนำอาหารของร้าน ทำให้ดีแล้วสิ่งที่คุณทำจะรุ่ง

7. ช่องทางการค้า: บริการเดลิเวอรี่คือคำตอบที่ตรงจุด

คนเราชอบอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าทุกสิ่งบริการถึงที่จะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่คนสนใจ อาหารคลีนก็เช่นกัน ถ้าคุณมีบริการเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงที่ การขายก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป บริการเดลิเวอรี่ก็มีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่ใกล้ ๆ หรือบริการจากผู้ให้บริการส่งของซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลายเจ้า เลือกให้ตรงกับโจทย์ของคุณที่สุด เดลิเวอรี่ช่วยธุรกิจอาหารได้เยอะครับ

ธุรกิจเกาะกระแสที่กำลังเป็นที่นิยมคือโอกาสทำเงินอย่างมหาศาลสำหรับผู้ที่มองเห็นโอกาสและพยายามคว้ามันเอาไว้ แต่จงอย่าลืมความจริงที่ว่าถ้าคุณบริหารธุรกิจด้วยความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการไม่รู้ ธุรกิจคุณก็มีโอกาสพังพินาศได้เช่นกัน “ศึกษาค้นคว้า ลงมือทำ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาต่อยอด” ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้ได้ คุณก็มีชัยเหนือคู่แข่งทั้งปวงครับ

 

ขอบคุณที่มาจาก : taokaemai.com

Facebook Comments

Check Also

ไขข้อข้องใจ กินส้มตำ ช่วยลดความอ้วนได้จริงมั้ย? มาดุคำตอบกัน

สำหรับคนที่มีไอ …